ก่อนอื่นต้องขอย้ำเตือนว่า วันศุกร์นี้ตลาดหุ้นหยุดนะครับ เพราะเป็นวันสำคัญทางศาสนาครับ
หลาย คนอาจจะเซ็งที่ ตลาดหุ้นปรับตัวลงได้ขนาดนี้นะครับ (ผมเตือนแล้ววว ว่าการเลือกตั้งของเราไม่ได้มีนัยยะที่จะทำให้ตลาดดีขนาดน้านนนนน)
แต่ในมุมมองของผมแล้ว ตลาดหุ้นน่าจะรีบาวนด์ได้บ้าง ไม่พรุ่งนี้ ก็วันพฤหัสครับ!!!
ที่ผมคาดการณ์อย่างนั้นเพราะ
1. วิกฤติเศรษฐกิจของ อิตาลี น่าจะดูดีขึ้นแล้วครับ เมื่อรัฐบาลออกมาสัญญาว่าจะตัดค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองในระยะสั้น (รัดเข็มขัดนั่นแหละ)
2. Stress Test ที่สเปนไม่ผ่าน (ตลาดก็น่าจะคาดการณ์ไว้แล้ว เพราะ สเปนมี credit rating แย่กว่า อิตาลีอีกครับ) น่าจะเป็น sentiment ระยะสั้นครับ
3. วันศุกร์นี้เป็นวันพระ (เกี่ยวมั้ยเนี่ย) วันพระใหญ่ด้วยครับ ตลาดหุ้นหยุดนั่นเอง แน่นอนครับ สัปดาห์หน้าจะมี ผลประกอบการของบริษัทฯ ต่างๆ ทยอยประกาศออกมา ก็น่าจะเริ่มเก็งกำไรกันได้ครับ (จริงๆ หุ้นบางตัว ตลาดก็เก็งกำไรไปพอสมควรแล้วแหละ ฉะนั้นต้องดูดีๆครับ ตัวไหนขึ้นแรงๆ ไม่นับ เพื่อไทย Effect นะครับ แสดงว่าเขาก็เริ่มเล่น theme นี้กันแล้วครับ)
4. เรื่องเพดานนี้ที่อเมริกาก็เริ่มชัดเจนมากขึ้นครับ (เกมการเมือง ไม่ได้มีแค่เมืองไทยครับ หุหุ ไว้จะเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น) เพราะ วันที่ 2 สิงหา จะเป็นตัวกำหนดเส้นตายครับ ถ้าขยายเพดานนี้ไม่ทัน (ซวยครับ!!!) ไม่ใช่ ก็จะทำให้อเมริกาเกิด การผิดนัดชำระหนี้(Credit Default) อเมริกา สร้างความน่าเชื่อถือมา 200 กว่าปีครับ เป็นความภาคภูมิใจของเขา ผมว่ายังไง เขาก็ไม่ยอมหรอกครับที่จะเกิดเหตุการณ์ผิดนัดชำระนี้ขึ้น เพียงแต่ เปรียบเทียบแล้วก็เหมือน บารัก โอบามา เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แล้วต้องไปขอคะแนนเสียงสนับสนุนจากพรรคเพื่อไทยให้ผ่านกฎหมายอ่ะครับ (คิดว่าง่ายเหรอคุณ หึหึ)
5. สุดท้ายแล้วครับ คุณเชื่อใน เทคนิคมั้ยครับ? ถ้าคุณเชื่อ คุณลองไปดู Graph Technic ได้ครับ อิอิ น่าจะเกิด Gap Theory ได้ครับ (เลือกตั้งเสร็จเปิด Gap ขนาดนั้น ต้องปิดก่อนครับ เดี๋ยวบ้านพัง อิอิ)
เมื่อรวมเหตุผลทั้ง หมดที่ได้กล่าวมา ผมถึงมองว่า การลงทุนในหลักทรัพย์จะน่าสนใจ ในปลายสัปดาห์และยิ่งลงทุนในบริษัทที่มี เงินปันผลระหว่างกาลด้วยแล้ว ยิ่งน่าสนใจเลยครับ อย่างน้อยถ้าเรามองภาพโดยรวมพลาดไปก็ยังมี เงินปันผลให้เราได้ครับ
สุดท้าย ก็ยังขอเตือนครับว่า ถ้าคุณข้อมูลไม่เพียงพอ (ก็ถามโบรกเกอร์ ซะ) ไม่ใช่!!!
ก็ต้องขยันทำการบ้านหน่อยครับ อย่าเล่นหุ้นที่ตัวเองไม่คุ้นเคย ล้มทีมันเจ็บหนักครับ ผมโดนมาแล้ว!!!!
ปล. สุดท้ายก็ขอฝาก Page ใน Facebook ด้วยนะครับ " Broker's View Point " ครับ หวังว่าเราจะได้คุยกันมากขึ้นนะครับ :)
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตอบคำถาม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตอบคำถาม แสดงบทความทั้งหมด
วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ทำไม ตลาดหลักทรัพย์ถึงต้อง เทรด Night Session
ขออนุญาตนำบทความ เกี่ยวกับการซื้อขาย Night Session มาเผยแพร่ให้ความรู้กับนักลงทุนนะครับ
การขยายเวลาซื้อขายของตลาดอนุพันธ์
เริ่มซื้อขาย Night Session วันที่เท่าไร
วันที่ 20 มิถุนายน 2554
Night Session เริ่มกี่โมง เวลาเท่าไรถึงเท่าไร
หลังจากตลาด TFEX ปิดทำการช่วงเย็นเวลา 16:55 แล้ว
Pre-open จะเปิดช่วงเวลา 19:15-19:30
และ Night Session จะเปิดช่วงเวลา 19:30 - 22:30 (เป็นเวลา 3 ชั่วโมง)
สินค้าอะไรบ้างที่ซื้อขายใน Night Session
Gold Futures (ทั้งขนาด 50บาท และ 10บาท) และ Silver Futures
ทำไมต้องเทรดกลางคืน
เนื่องจากเวลากลางคืนของไทยนั้น โลหะมีค่าอย่างทองคำและเงินมีการเปลี่ยนแปลงมากกว่าในช่วงกลางวันซึ่งเป็นผลมา จากตลาดซื้อขายโลหะมีค่าสำคัญของโลกคือ New York และ London เปิดทำการซื้อขายอยู่ ทำให้ผู้ลงทุนที่มีสถานะในสินค้า อ้างอิงเหล่านี้จึงมีความเสี่ยงในช่วงเวลากลางคืนมากกว่ากลางวัน การขยายเวลาซื้อขายในช่วงกลางคืนน่าจะช่วยให้ผู้ลงทุน สามารถบริหารความเสี่ยงและปรับเปลี่ยนสถานะการลงทุนได้ทันท่วงทีมากขึ้น
การส่งคำสั่งซื้อขายในช่วง Night Session ทำได้อย่างไร
ปัจจุบัน บริษัทอนุญาตให้นักลงทุนสามารถส่งคำสั่งซื้อขายในช่วง Night Session ผ่านระบบอินเตอร์เนทเท่านั้น (คำถามข้อนี้ตอบให้กับ ลูกค้าบล. กสิกรไทย ครับ)
ถ้าลูกค้าต้องการติดต่อบริษัท ทำได้หรือไม่
ปัจจุบัน บริษัทสามารถเปิดให้บริการลูกค้าเต็มรูปแบบในช่วงเวลากลางวันเท่านั้น ส่วนในช่วงเวลากลางคืนนั้น บริษัทไม่มี เจ้าหน้าที่ประจำในการให้บริการลูกค้า กรณีลูกค้า K-Cyber Trade สามารถส่งอีเมลคำถามหรือแจ้งขอรับบริการเข้ามาที่ ks.ebusiness@kasikornsecurities.com โดยบริษัทจะตอบกลับคำขอของท่านในวันทำการถัดมา (คำถามข้อนี้ตอบให้กับ ลูกค้าบล. กสิกรไทย ครับ)
ลูกค้าส่งคำสั่งซื้อขาย Gold Futures หรือ Silver Futures ปกติ (Day Order) แต่ไม่ถูกจับคู่ในช่วง Afternoon Session จะยังค้างอยู่ในระบบเพื่อรอจับคู่ในช่วง Night Session หรือไม่
คำสั่งซื้อขายยังคงค้างต่อไปเพื่อรอจับคู่ใน Night Session และจะถูกยกเลิกเมื่อจบ Night Session แต่ถ้าลูกค้าที่ไม่ ต้องการเทรดกลางคืนต้องทำยกเลิกคำสั่งซื้อขายเองหรือผ่านเจ้าหน้าที่การตลาดก่อนจะเข้าช่วง Night Session โดยการยกเลิก คำสั่งซื้อขายสามารถทำได้ตั้งแต่ 16:55 น. เป็นต้นไป
ในกรณีที่ Equity Balance (EB) ของลูกค้าต่ำกว่า Intraday Force Close Margin (FM) ในช่วง Night Sessionบริษัท จะมีการเรียกให้ลูกค้าวางหลักประกันระหว่างวัน (Intraday Margin Call) หรือไม่
ปัจจุบันยังไม่มีนโยบายเรียกให้ลูกค้าวางหลักประกันระหว่างวัน (Intraday Margin Call) ในช่วงกลางคืน
ในกรณีที่ Equity Balance (EB) ของลูกค้าต่ำกว่า Intraday Force Close Margin (FM) ในช่วง Night Sessionบริษัท จะมีการบังคับปิดสถานะ (Force Close) หรือไม่
ปัจจุบันยังไม่มีนโยบายบังคับปิดสถานะ (Force Sale) ในช่วงกลางคืนในช่วงกลางคืน
การโอนเงินช่วงกลางคืน ทำได้หรือไม่ ใช้เวลาในการเพิ่ม EE นานแค่ไหน
ปัจจุบันการโอนเงินสามารถในช่วงกลางวันเท่านั้น ดังนั้น ลูกค้าสามารถโอนเงินออนไลน์ (ODD) ได้ถึงเวลา 17.00 น (คำถามข้อนี้ตอบให้กับ ลูกค้าบล. กสิกรไทย ครับ)
Ceiling และ Floor จะมีการคำนวณอย่างไร
ราคา Ceiling & Floor ในช่วงค่ำ จะคำนวณใหม่จากราคาของสินค้าอ้างอิง หากคำสั่งเดิมอยู่นอกช่วงราคาใหม่ คำสั่ง ดังกล่าวจะถูกยกเลิกโดยระบบของตลาดอนุพันธ์ ตัวอย่างเช่น
Night Session ณ วันจันทร์ที่ 20 มิ.ย. 2554 ราคา Ceiling & Floor จะคำนวณอ้างอิงโดยใช้ Settlement Price ของ Afternoon Session ณ วันจันทร์ที่ 20 มิ.ย. 2554
Morning Session และ Afternoon Session ณ วันอังคารที่ 21 มิ.ย. 2554 ราคา Ceiling & Floor จะคำนวณอ้างอิง โดยใช้ Settlement Price ของ Afternoon Session ณ วันจันทร์ที่ 20 มิ.ย. 2554
ข้อมูลจาก : คุณ กวี นำพาเจริญ, CFA, FRM
Head of Financial Product Development
Kasikorn Securities
Head of Financial Product Development
Kasikorn Securities
ปล. ผมเคยตั้งคำถามกับพี่ กวีนะครับ ว่าทำไม เปิดบริการ Night Session แล้วทั้งที ทำไมไม่ทำ SET50 Futures หรือ Stock Index Futures ไปเลย ซึ่งก็ได้คำตอบกลับมาว่า เพราะตลาดหลักทรัพย์ยังไม่มีความพร้อมที่จะเปิดให้บริการได้ (ถ้าใครเคยเล่น DJ Futures จะรู้นะครับว่ามีเปิดเทรด กลางคืนเหมือนกัน ซึ่งตรงกับเวลากลางวันของประเทศเรา) ซึ่งคาดว่าอนาคตนอกจากจะเปิดเทรด Oil Futures แล้ว ถ้าเราสามารถเพิ่มพูนความรู้ให้กับนักลงทุนเข้าใจความเสี่ยง และเหตุผลที่เปิดเทรดกลางคืนได้ ผมก็คิดว่าเราจะสามารถช่วยกันทำให้ตลาดทุนของเมืองไทย พัฒนาเพิ่มขึ้นได้ครับ ไม่ใช่ยิ่งกลายเป็นการเพิ่มความเสี่ยงดังเช่น การพนัน ครับ (เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผมเขียน บล็อกนี้ ขึ้นมาครับ :> )
ภาพตัวอย่าง จาก e-Financ นะครับ จะเห็นว่า ราคาดัชนีค่อนข้างมีช่องว่าง (Gap) อยู่เยอะพอสมควร [แล้วใครจะมาเล่น เรื่องปิด Gap กันบ้างละเนี่ย อิอิ]
ปล. ภาพจะค่อนข้างน่าตกใจเลยทีเดียว เชียว ><
ภาพตัวอย่าง จาก e-Financ นะครับ จะเห็นว่า ราคาดัชนีค่อนข้างมีช่องว่าง (Gap) อยู่เยอะพอสมควร [แล้วใครจะมาเล่น เรื่องปิด Gap กันบ้างละเนี่ย อิอิ]
ปล. ภาพจะค่อนข้างน่าตกใจเลยทีเดียว เชียว ><
ช่องทางในการดูข้อมูลราคา Gold และ Silver Futures ที่เป็นสินค้าอ้างอิง เช่น แนะนำเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง Major Category | Sub Category | Link |
Gold & Silver Spot Price | London Fixing | http://www.lbma.org.uk/pages/index.cfm |
Gold & Silver Spot Price | Silver Price (Kitco) | http://www.kitco.com/ |
Related Information | Gold-Silver Ratio | http://www.goldprice.org/gold-silver-ratio.html |
วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2554
มุมตอบคำถามครับ
คำถาม จากคุณ Yong Neoken "fund flow ต่างชาติจะไหลไปทางไหนในระย ะสั้น ระยะกลาง 3-6 เดือนข้างหน้าครับ ทอง USD EU Asia น้ำมัน หุ้น พันธบัตร เป็นต้น เนื่องด้วยปัจจัยอะไร ครับ"
คำถาม เรื่อง Fund Flow ต่างชาติว่าจะไหลไปทางไหนนะครับ
ถ้าดูระยะสั้น ก็ต้องขอบอกว่าโอกาสต่างชาติขนเงินกลับบ้านในช่วงนี้ยังมีอยู่สูงครับ เพราะสถานการณ์ในสหรัฐฯ ยังไม่ค่อยดีด้วยอัตราการว่างงานที่สูงเป็นผลทำให้เงินเฟ้อที่เคยกังวลว่าจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากภาวะที่สินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ เช่นอาหาร น้ำมันเพิ่มสูงขึ้นนั้นลดลงไปได้ครับ (แต่ก็ทำให้นักเศรษฐศาสตร์กลัวที่จะเกิดสภาวะที่ข้าวของแพง แต่อัตราการว่างที่สูง ที่เรียกว่า Stagflation นั่นเองครับ) เหตุผลนี้สำคัญเลยนะครับที่ว่าทำไมช่วงนี้การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้นทั่วโลกถึงได้ลงหมด และไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยกว่าเช่น ทอง ครับ รวมถึงการกังวลว่าจะหมด QE2 จะทำให้สภาพคล่องในระบบขาดหายไป แต่ต้องขอเรียนว่านี่เป็นเรื่องที่เข้าใจผิดมหันต์นะครับ QE2 หมดลงเดือนมิถุนายน แต่เงินจะอยู่ในระบบต่อไปจนถึงสิ้นปีครับ!!! หมายความว่า ในระยะกลาง 3 - 6 เดือนข้างหน้า ถ้าให้ผมเป็นนักพยากรณ์ก็คงตอบว่า หุ้นจะขึ้นพรวดๆๆๆ เลยครับ แต่จะไม่รวดเร็วเหมือนปีที่แล้วแน่นอนครับ (ณ วันที่ตอบนี้ เท่าที่ดูคร่าวๆ ต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิทั้งหุ้น และพันธบัตร ก็อาจจะแปลความได้ว่าฝรั่งเริ่มมั่นใจในการลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะต่างชาติขายมากเกินไป (Shortsell) นั่นแหละครับ ก็เลยต้องทำ CoverShort เสียหน่อย แต่ในระยะกลาง หุ้นในประเทศไทย พื้นฐานดีครับ บางตัวทำ new high record ไปแล้วแต่ราคาหุ้นยังไม่ high เลยครับ หมายความว่ายังไงเอ่ย????
ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งคือ ปัจจัยการเมืองในประเทศเราครับ ผมไม่เขียนละกันว่าพรรคไหนดีกว่าพรรคไหน แล้วถ้าพรรคไหนขึ้นมาเป็นจะเกิดอะไรขึ้นเพราะมันจะมีผลกระทบกับหุ้นเป็นตัวๆ ไป แต่ถามว่าทั้งตลาดบอกได้เลยว่า อาจจะเกิด sentiment ขึ้นมาในระยะสั้นๆ แต่จะไม่มีนัยยะมากนักในระยะกลาง เพราะถ้าใครที่เคยดูกราฟ หุ้นทั้ง เอเชีย เทียบกับประเทศไทยจะพบว่า มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยยะสำคัญสูงมากครับ ผมจึงยืนยันครับว่าในระยะกลาง ต่างชาติจะยังเห็นประเทศเรามีความน่าสนใจในการลงทุนอยู่ครับ Fund Flow ที่ไหลออกไปในช่วงนี้ก็จะไหลกลับเข้ามาเองครับเมื่อ ปัญหาด้านการเมืองของเรานิ่ง ปัญหาด้านเศรษฐกิจทั้ง ยุโรปและอเมริกาได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และเริ่มฟื้นฟูกลับมาอยู่ในสภาวะปกติได้ครับ
ส่วน ทอง ผมว่าเป็นสินทรัพย์ที่หามูลค่าได้ยากครับ เพราะ 1 ทองไม่มีผลตอบแทนกลับมา หลายคนอาจสงสัยว่า อ้าวเราซื้อทองเอาไปขายต่อก็ได้กำไรนี่ ใช่ครับ ผลตอบแทนครับ แต่มันไม่เหมือนกับการลงทุนในหุ้นที่ผลตอบแทนคือ เงินปันผลครับ และไม่เหมือนปลูกต้นไม้แล้วได้ผลมันมากินนะครับ ซื้อแล้วขายต่อได้เงินเรียกว่า Capital Gain ครับ ถ้าในระยะกลางก็บอกได้ว่า ทองยังอยู่ในช่วงขาขึ้นครับ สิ่งที่พอจะดูเทียบกับ ทองได้ในตอนนี้ก็คือ US Dollar Index ครับ ไว้จะเขียนเรื่องนี้ออกมานะครับ กำลังอยู่ในช่วงรวบรวมความรู้ครับ รวมถึงการถือครองของกองทุน ETFs ที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือ SPDR ครับ เพราะ ณ ตอนนี้เหมืองทองใหม่ๆ ก็หายากทำให้ Supply จะค่อยๆ น้อยลงและ ทุนสำรองระหว่างประเทศของแต่ละประเทศที่อยู่ในรูปทองก็มีทีท่าจะลดน้อยถอยลงเป็นจำนวนมากครับ ถ้า SPDR ซื้อทองเพิ่มก็จะมีผลให้ราคาทองสูงขึ้นครับ
ทางด้าน USD ต้องดู US Dollar Index เป็นหลักครับ ถ้า US Dollar Index ลดลงก็ตีความได้ว่า ค่าความนิยม (Demand นั่นแหละครับ) ที่จะถือเงินเป็นสกุลเงินดอลล่าร์จะค่อยๆลดลงครับ คิดว่าปีนี้ค่าเงิน USD ถ้าแปลงค่าเป็นสกุลเงินบาท น่าจะอยู่ในกรอบ 29 - 31 บาทครับ ช่วงนี้ค่าเงินบาทเราอ่อนลงมาก จริงๆมันมีสาเหตุครับ อิอิ ไว้อธิบายใน US Dollar Index ละกันนะครับผม
ต่อกันด้วยเรื่องของ EU นะครับ อย่างที่ทราบกันครับว่า ณ ตอนนี้ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของสหภาพยุโรป เกิดขึ้นจากกลุ่ม PIIGS ซึ่ง ณ วันที่เขียนบล็อกอยู่นี้ตอนกลางคืนก็จะมีปัญหาของประเทศโปรตุเกสว่าจะได้รับการแก้ไขหรือไม่ ซึ่งปัญหา EU จะขออนุญาตเขียนเป็นอีกหนึ่งบทความให้ได้ติดตามกันนะครับ
ASIA ของเราในปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่าผู้ลงสมัครเป็นผู้อำนวยการ IMF นางคริสติน ลาการ์ด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของฝรั่งเศส ยังต้องมาเยี่ยมเยือน นั่นเป็นสัญญาณที่บ่งบอกได้ว่าเอเชียของเราจะยิ่งมีอิทธิพลอย่างสูงในด้านเศรษฐกิจการเงินของโลก แต่ว่าปัญหาที่ประเทศในทวีปเอเีชียกำลังเจออยู่ในปีนี้รวมถึงไทยด้วย ก็คือ "ปัญหาเงินเฟ้อ" ครับหลังจากที่เศรษฐกิจซบเซาแล้วเริ่มฟื้นตัวได้ เงินเฟ้อก็จะตามมาครับเป็นธรรมดา ซึ่งคิดว่าปีนี้น่าจะเป็นปีที่ธนาคารกลางในหลายๆ ประเทศของเอเชียขึ้น ดอกเบี้ยนโยบาย ถี่สุดแล้วครับ ไตรมาสที่ 4 ก็น่าจะควบคุมปัญหาเงินเฟ้อได้ครับ (มั่นใจใน BOT ของเรา อิอิ)
Oil สำหรับประเทศเราแล้ว หุ้น PTTEP จะต้องจับตาที่ WTI NYMEX เป็นหลักครับ แม้บ้านเราจะห่างกับ New York ไกลมาก แต่อิทธิพลของพี่กัน ก็มาถึงไทยซะเหลือเกินครับ 55+
ถ้าตอนนี้ปัจจัยของน้ำมันที่ต้องจับตาก็คือ คนขายครับ พี่แขกๆ ของเราเนี่ยแหละ กำหนดกันจังว่าจะผลิตซักเท่าไหร่ มากน้อยอย่างไร คราวนี้กระเทือนไปทั่วโลกซิครับ เมื่อพี่ใหญ่ ซาุอุฯออกมาพูดแล้วว่า "อีนี่ ฉันจาเพิ่มกำลังการผลิต ใครไม่ใคร่ขาย ฉานจาขายให้เอง" คราวนี้กลุ่ม OPEC ก็สะเทือนซิครับ ราคาน้ำมันเลยวิ่งอย่าง งงๆ ไหนจะเจอ CBOT ตลาดที่คุมโภคภัณฑ์ของอเมริกาออกมาพูดอีกว่าจะเพิ่ม Margin โภคภัณฑ์ต่างๆ คราวนี้ราคาดัชนีน้ำมัน ทอง รวมถึง Silver น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ วิ่งซะปวดหัวเลยครับ ก็หวังว่าจะกระจ่างกันมากขึ้นนะครับ ถ้าใครยังสงสัยไม่ต้องกลัวครับ จะแจกแจงให้เห็นภาพมากขึ้นนะครับ ^ ^
ขออนุญาตติดค้าง stock และ bond ไว้นะครับ จะเขียนตอบเป็นบทความเลยครับ
เจอคำถามที่ถามเข้าไป ยอมรับเลยครับว่าพยายามหาคำตอบให้กระชับที่สุด และค่อยๆตีหัวแพร่ออกมาเรื่อยๆ ครับ อาจจะไม่ครบทุกปัจจัย นะครับ แต่จะชี้กระจ่างให้ทุกคนเห็นภาพให้ได้มากที่สุด หวังว่าทุกคนที่ได้อ่านบทความนี้จะไม่สับสนไปกับข้อความที่ผมสื่อลงไปนะครับ 555+
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านนะครับ :D
คำถาม เรื่อง Fund Flow ต่างชาติว่าจะไหลไปทางไหนนะครับ
ถ้าดูระยะสั้น ก็ต้องขอบอกว่าโอกาสต่างชาติขนเงินกลับบ้านในช่วงนี้ยังมีอยู่สูงครับ เพราะสถานการณ์ในสหรัฐฯ ยังไม่ค่อยดีด้วยอัตราการว่างงานที่สูงเป็นผลทำให้เงินเฟ้อที่เคยกังวลว่าจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากภาวะที่สินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ เช่นอาหาร น้ำมันเพิ่มสูงขึ้นนั้นลดลงไปได้ครับ (แต่ก็ทำให้นักเศรษฐศาสตร์กลัวที่จะเกิดสภาวะที่ข้าวของแพง แต่อัตราการว่างที่สูง ที่เรียกว่า Stagflation นั่นเองครับ) เหตุผลนี้สำคัญเลยนะครับที่ว่าทำไมช่วงนี้การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้นทั่วโลกถึงได้ลงหมด และไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยกว่าเช่น ทอง ครับ รวมถึงการกังวลว่าจะหมด QE2 จะทำให้สภาพคล่องในระบบขาดหายไป แต่ต้องขอเรียนว่านี่เป็นเรื่องที่เข้าใจผิดมหันต์นะครับ QE2 หมดลงเดือนมิถุนายน แต่เงินจะอยู่ในระบบต่อไปจนถึงสิ้นปีครับ!!! หมายความว่า ในระยะกลาง 3 - 6 เดือนข้างหน้า ถ้าให้ผมเป็นนักพยากรณ์ก็คงตอบว่า หุ้นจะขึ้นพรวดๆๆๆ เลยครับ แต่จะไม่รวดเร็วเหมือนปีที่แล้วแน่นอนครับ (ณ วันที่ตอบนี้ เท่าที่ดูคร่าวๆ ต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิทั้งหุ้น และพันธบัตร ก็อาจจะแปลความได้ว่าฝรั่งเริ่มมั่นใจในการลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะต่างชาติขายมากเกินไป (Shortsell) นั่นแหละครับ ก็เลยต้องทำ CoverShort เสียหน่อย แต่ในระยะกลาง หุ้นในประเทศไทย พื้นฐานดีครับ บางตัวทำ new high record ไปแล้วแต่ราคาหุ้นยังไม่ high เลยครับ หมายความว่ายังไงเอ่ย????
ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งคือ ปัจจัยการเมืองในประเทศเราครับ ผมไม่เขียนละกันว่าพรรคไหนดีกว่าพรรคไหน แล้วถ้าพรรคไหนขึ้นมาเป็นจะเกิดอะไรขึ้นเพราะมันจะมีผลกระทบกับหุ้นเป็นตัวๆ ไป แต่ถามว่าทั้งตลาดบอกได้เลยว่า อาจจะเกิด sentiment ขึ้นมาในระยะสั้นๆ แต่จะไม่มีนัยยะมากนักในระยะกลาง เพราะถ้าใครที่เคยดูกราฟ หุ้นทั้ง เอเชีย เทียบกับประเทศไทยจะพบว่า มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยยะสำคัญสูงมากครับ ผมจึงยืนยันครับว่าในระยะกลาง ต่างชาติจะยังเห็นประเทศเรามีความน่าสนใจในการลงทุนอยู่ครับ Fund Flow ที่ไหลออกไปในช่วงนี้ก็จะไหลกลับเข้ามาเองครับเมื่อ ปัญหาด้านการเมืองของเรานิ่ง ปัญหาด้านเศรษฐกิจทั้ง ยุโรปและอเมริกาได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และเริ่มฟื้นฟูกลับมาอยู่ในสภาวะปกติได้ครับ
ส่วน ทอง ผมว่าเป็นสินทรัพย์ที่หามูลค่าได้ยากครับ เพราะ 1 ทองไม่มีผลตอบแทนกลับมา หลายคนอาจสงสัยว่า อ้าวเราซื้อทองเอาไปขายต่อก็ได้กำไรนี่ ใช่ครับ ผลตอบแทนครับ แต่มันไม่เหมือนกับการลงทุนในหุ้นที่ผลตอบแทนคือ เงินปันผลครับ และไม่เหมือนปลูกต้นไม้แล้วได้ผลมันมากินนะครับ ซื้อแล้วขายต่อได้เงินเรียกว่า Capital Gain ครับ ถ้าในระยะกลางก็บอกได้ว่า ทองยังอยู่ในช่วงขาขึ้นครับ สิ่งที่พอจะดูเทียบกับ ทองได้ในตอนนี้ก็คือ US Dollar Index ครับ ไว้จะเขียนเรื่องนี้ออกมานะครับ กำลังอยู่ในช่วงรวบรวมความรู้ครับ รวมถึงการถือครองของกองทุน ETFs ที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือ SPDR ครับ เพราะ ณ ตอนนี้เหมืองทองใหม่ๆ ก็หายากทำให้ Supply จะค่อยๆ น้อยลงและ ทุนสำรองระหว่างประเทศของแต่ละประเทศที่อยู่ในรูปทองก็มีทีท่าจะลดน้อยถอยลงเป็นจำนวนมากครับ ถ้า SPDR ซื้อทองเพิ่มก็จะมีผลให้ราคาทองสูงขึ้นครับ
ทางด้าน USD ต้องดู US Dollar Index เป็นหลักครับ ถ้า US Dollar Index ลดลงก็ตีความได้ว่า ค่าความนิยม (Demand นั่นแหละครับ) ที่จะถือเงินเป็นสกุลเงินดอลล่าร์จะค่อยๆลดลงครับ คิดว่าปีนี้ค่าเงิน USD ถ้าแปลงค่าเป็นสกุลเงินบาท น่าจะอยู่ในกรอบ 29 - 31 บาทครับ ช่วงนี้ค่าเงินบาทเราอ่อนลงมาก จริงๆมันมีสาเหตุครับ อิอิ ไว้อธิบายใน US Dollar Index ละกันนะครับผม
ต่อกันด้วยเรื่องของ EU นะครับ อย่างที่ทราบกันครับว่า ณ ตอนนี้ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของสหภาพยุโรป เกิดขึ้นจากกลุ่ม PIIGS ซึ่ง ณ วันที่เขียนบล็อกอยู่นี้ตอนกลางคืนก็จะมีปัญหาของประเทศโปรตุเกสว่าจะได้รับการแก้ไขหรือไม่ ซึ่งปัญหา EU จะขออนุญาตเขียนเป็นอีกหนึ่งบทความให้ได้ติดตามกันนะครับ
ASIA ของเราในปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่าผู้ลงสมัครเป็นผู้อำนวยการ IMF นางคริสติน ลาการ์ด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของฝรั่งเศส ยังต้องมาเยี่ยมเยือน นั่นเป็นสัญญาณที่บ่งบอกได้ว่าเอเชียของเราจะยิ่งมีอิทธิพลอย่างสูงในด้านเศรษฐกิจการเงินของโลก แต่ว่าปัญหาที่ประเทศในทวีปเอเีชียกำลังเจออยู่ในปีนี้รวมถึงไทยด้วย ก็คือ "ปัญหาเงินเฟ้อ" ครับหลังจากที่เศรษฐกิจซบเซาแล้วเริ่มฟื้นตัวได้ เงินเฟ้อก็จะตามมาครับเป็นธรรมดา ซึ่งคิดว่าปีนี้น่าจะเป็นปีที่ธนาคารกลางในหลายๆ ประเทศของเอเชียขึ้น ดอกเบี้ยนโยบาย ถี่สุดแล้วครับ ไตรมาสที่ 4 ก็น่าจะควบคุมปัญหาเงินเฟ้อได้ครับ (มั่นใจใน BOT ของเรา อิอิ)
Oil สำหรับประเทศเราแล้ว หุ้น PTTEP จะต้องจับตาที่ WTI NYMEX เป็นหลักครับ แม้บ้านเราจะห่างกับ New York ไกลมาก แต่อิทธิพลของพี่กัน ก็มาถึงไทยซะเหลือเกินครับ 55+
ถ้าตอนนี้ปัจจัยของน้ำมันที่ต้องจับตาก็คือ คนขายครับ พี่แขกๆ ของเราเนี่ยแหละ กำหนดกันจังว่าจะผลิตซักเท่าไหร่ มากน้อยอย่างไร คราวนี้กระเทือนไปทั่วโลกซิครับ เมื่อพี่ใหญ่ ซาุอุฯออกมาพูดแล้วว่า "อีนี่ ฉันจาเพิ่มกำลังการผลิต ใครไม่ใคร่ขาย ฉานจาขายให้เอง" คราวนี้กลุ่ม OPEC ก็สะเทือนซิครับ ราคาน้ำมันเลยวิ่งอย่าง งงๆ ไหนจะเจอ CBOT ตลาดที่คุมโภคภัณฑ์ของอเมริกาออกมาพูดอีกว่าจะเพิ่ม Margin โภคภัณฑ์ต่างๆ คราวนี้ราคาดัชนีน้ำมัน ทอง รวมถึง Silver น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ วิ่งซะปวดหัวเลยครับ ก็หวังว่าจะกระจ่างกันมากขึ้นนะครับ ถ้าใครยังสงสัยไม่ต้องกลัวครับ จะแจกแจงให้เห็นภาพมากขึ้นนะครับ ^ ^
ขออนุญาตติดค้าง stock และ bond ไว้นะครับ จะเขียนตอบเป็นบทความเลยครับ
เจอคำถามที่ถามเข้าไป ยอมรับเลยครับว่าพยายามหาคำตอบให้กระชับที่สุด และค่อยๆตีหัวแพร่ออกมาเรื่อยๆ ครับ อาจจะไม่ครบทุกปัจจัย นะครับ แต่จะชี้กระจ่างให้ทุกคนเห็นภาพให้ได้มากที่สุด หวังว่าทุกคนที่ได้อ่านบทความนี้จะไม่สับสนไปกับข้อความที่ผมสื่อลงไปนะครับ 555+
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านนะครับ :D
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
